วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 26, 2551

วันนี้วันสุนทรภู่ กับการเมืองบ้านเราที่น่าเบื่อสุดๆ


26 มิถุนายน วันนี้เป็นวันสุนทรภู่ สุนทรภู่หรือพระสุนทรโวหาร เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2439 ฉันก็เกิดเดือนเดียวกับท่านนี่ละ เลยทำให้ชอบพวกกวี คำกลอน อะไรแบบนี้เหมือนกัน ไม่รู้ว่าเกี่ยวกันรึเปล่านะ ฉันก็มั่วๆไป อิอิ.... วันนี้เลยมาเขียนอะไรๆ เกี่ยวกับกลอนๆบ้างดีกว่า

ก็ตอนนี้มันเบื่อๆ การเมืองมากมายอ่ะนะ ได้แต่ทำใจ เราก็แค่ประชาชนตัวน้อยๆคนนึง จะร้องแรกแหกกระเชอไปก็ไม่รู้จะมีใครได้ยินบ้าง ได้แต่สงสารประเทศชาติบ้านเมือง และคนไทยอย่างเราๆ ที่โดนกระทำย่ำยีจากคนใจบาปไม่รักชาติ ไม่รักแผ่นดิน ไม่รู้อีกสักกี่ปีกี่ชาติประเทศเราจะได้พัฒนาไปเท่าเทียมกับนานาอารยะประเทศสักที ขืนยังมีคนแบบไอ่พวกพันธมารเยอะๆ ประเทศชาติไปไม่ถึงไหนแน่ คิดถึงนายกทักษิณจริงๆ

พูดถึงนายกทักษิณ ว่าแล้วก็คิดถึงบทกลอนบทหนึ่ง ที่มีคนแต่งให้อาจารย์ปรีดี......ประโยคลงท้ายกลอนบทนั้นคือ "....แต่คนดีประเทศไทยไม่ต้องการ....."

ตอนเรียน มธ. ตามโต๊ะกลุ่มคณะต่างๆ จะทำสมุดจดเลคเชอร์ขาย หาเงินเข้ากลุ่มเพื่อไว้ใช้ทำกิจกรรม ปกสมุดจะเป็นรูปโดมแบบต่างๆบ้าง เขียนชื่อมหาวิทยาลัยบ้าง สวยๆทั้งนั้น และบางเล่มก็จะพิมพ์บทกลอนต่างๆไว้ที่ปกหลังหรือไม่ก็ปกใน จะเป็นบทกลอนที่มีความหมายดีๆทั้งนั้น ฉันจะชอบซื้อมากๆ เพราะหาซื้อที่ไหนไม่ได้ ไม่เหมือนใคร พวกพี่ๆนักศึกษาเค้าจะออกแบบกันเอง ตอนฉันเปลี่ยนจากเฟรชชี่มาอยู่ปีสองกลุ่มของฉันก็ได้ทำสมุดขายด้วยเหมือนกัน ตอนนี้ก็ยังมีสมุดที่เคยใช้เก็บไว้อยู่หลายเล่ม มีบทกลอนหลายบทที่ชอบ แต่บางบทกลอนก็ไม่เข้าใจ อย่างกลอนบทที่กล่าวถึงอาจารย์ปรีดีบทนี้ตอนเข้าไปเฟรชชี่ใหม่ๆก็ไม่เข้าใจ แต่สัมผัสได้ถึงความรู้สึกสะเทือนใจอย่างแรงต่อความรู้สึกของผู้แต่ง และฉันก็จำกลอนบทนี้ได้มาโดยตลอดโดยไม่ต้องไปบันทึกไว้ที่ไหน ไม่รู้ทำไม บทกลอนนี้ก็คือ

"พ่อสร้างชาติด้วยสมองและสองแขน
พ่อสร้างแคว้นธรรมศาสตร์ประกาศศรี
พ่อของข้านามระบือชื่อปรีดี
แต่คนดีประเทศไทยไม่ต้องการ"

แล้วก็ยังมีอีกหลายๆบท หลายโคลง ที่ชอบ และจดจำได้มาจนถึงทุกวันนี้เอาไว้เดี๋ยวจะทยอยเขียนลงเก็บไว้บ้างดีกว่า เผื่อเด็ก มธ. รุ่นหลังๆ ที่ไม่เคยได้รู้ ได้เห็น หรือได้ยิน จะมาอ่านเจอบ้าง เห็นเด็ก มธ. สมัยนี้แล้วเศร้าค่ะ ฤาที่แห่งนี้จะไม่หล่อหลอมความรักชาติ รักประชาชน ให้แก่นักศึกษาแล้วหนอ.....

มาพูดเรื่องสุนทรภู่กันบ้างค่ะ เชื่อว่าเกือบทุกคนน่าจะต้องรู้จักผลงานของสุนทรภู่ นะคะ อย่างน้อยๆก็น่าจะรู้จักเรื่อง พระอภัยมณี หรือไม่ก็เรื่องขุนช้างขุนแผนกันบ้างละ ก็ออกจะดังนี่นา ยังมีคนเอามาทำเป็นละครด้วย จำได้ว่าตอนเด็กๆยังได้ดูเลย ที่สำคัญตอนฉันเรียนชั้นมัธยมปลาย ทั้งสองเรื่องนี้ถูกบรรจุอยู่ในบทเรียนภาษาไทยด้วย ไม่รู้ปัจจุบันนี้ยังมีอยู่หรือเปล่านะ

ท่านสุนทรภู่เป็นกวีเอกของไทย และท่านยังได้รับเกียรติจาก องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม หรือนัยหนึ่งคือเป็น กวีเอกของโลก เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒๙ ด้วย

ขอยกบทกลอนของท่านสุนทรภู่ มาลงไว้ ณ ที่นี้ เพื่อเป็นการ เชิดชูเกียรติให้แก่ท่าน
ที่ฉันชอบและเป็นที่ติดหูคนทั่วไปคงจะเป็นบทหนึ่งในเรื่องพระอภัยมณี ตอนที่สุดสาครโดนชีเปลือยใช้อุบายหลอกเพื่อจะแย่งชิงไม้เท้าวิเศษ และม้านิลมังกร จนสุดสาครโดนชีเปลือยผลักตกเหว สุดสาครร้องไห้เสียใจที่ไปหลงเชื่อชีเปลือย คิดว่าตนจะต้องตายอยู่ในเหว ไม่ได้กลับไปพบพ่อแม่ และพระฤาษีอีกแล้ว แต่แล้วพระฤาษีก็ได้มาช่วยสุดสาคร พร้อมทั้งได้สอนสุดสาครไว้ดังนี้

"บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว  สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา
เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา     ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์    มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
มนุษย์นี้ที่รักอยู่สองสถาน  บิดามารดารักมักเป็นผล
ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน   เกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา
แม้ใครรักรักมั่งชังชังตอบ  ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา
รู้สิ่งไรไม่สู้รู้วิชา      รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
จงสู้ตามไปเอาไม้เท้าเถิด   จะประเสริฐสมรักเป็นศักดิ์ศรี
พอเสร็จคำสำแดงแจ้งคดี   รูปโยคีหายวับไปกับตา"

บทกลอนบทนี้ท่านสุนทรภู่แต่งไว้ได้โดนใจมาก และยังใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย สมกับที่เป็นยอดกวีเอกแห่งสยามและกวีเอกของโลกจริงๆ

ถ้าน้องอุ๊งอิ๊งท่องกลอนตอนนี้เล่นๆ ให้คุณพ่อฟังบ่อยๆ อาจจะไม่มีวันนี้ของพวกพันธมารก็ได้จริงมะ หุหุ....

ไม่มีความคิดเห็น: